
Form E หรือ หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin: C/O) คือเอกสารที่ใช้รับรองว่าสินค้ามี ถิ่นกำเนิดตามหลักเกณฑ์ของความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ ACFTA (ASEAN-China Free Trade Area) สำหรับการนำเข้าสินค้าจากจีนมายังประเทศไทย Form E สามารถนำมาใช้ประกอบการขอรับ สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร เพื่อให้สินค้าที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขได้รับการ ลดหรือยกเว้นอากรขาเข้า ตามอัตราที่กำหนดภายใต้ความตกลง
กรมการค้าต่างประเทศระบุว่า ในกรณีนำเข้าสินค้ามายังประเทศไทย หากมี Form E สามารถนำไปแสดงต่อกรมศุลกากรไทยเพื่อขอลดหรือยกเว้นอัตราภาษีตามที่กำหนดได้
พูดง่าย ๆ คือ
Form E = เอกสารรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อใช้ขอสิทธิ์ภาษีภายใต้ความตกลงอาเซียน-จีน
Form E เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าจากจีนอย่างไร?
ประเทศไทยและจีนมีความตกลงการค้าเสรีภายใต้ ACFTA ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการค้าระหว่างอาเซียนกับจีน เมื่อสินค้าจากจีนมีคุณสมบัติตรงตาม กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) และเป็นสินค้าที่อยู่ในรายการที่ได้รับสิทธิ์ ผู้ประกอบการสามารถใช้ Form E เพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีเมื่อผ่านพิธีการศุลกากร
ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าใจว่า
“สินค้ามาจากจีน = ใช้ Form E ได้ทุกสินค้า”
เพราะการใช้สิทธิ์ยังต้องพิจารณาเรื่อง พิกัดศุลกากร, กฎถิ่นกำเนิดสินค้า และอัตราภาษีตามความตกลง ด้วย
Form E ช่วยลดภาษีนำเข้าได้อย่างไร?
สมมติว่า- สินค้านำเข้าจากจีนมีมูลค่า CIF = 100,000 บาท
- อัตราอากรปกติ = 10%
- หากสินค้าเข้าเกณฑ์ ACFTA และได้รับสิทธิ์ตาม Form E = 0%
อากรขาเข้า: 100,000 × 10% = 10,000 บาท
กรณีได้รับสิทธิ์ตาม Form E
หากอัตราพิเศษสำหรับสินค้านั้นเป็น 0%
อากรขาเข้า: 100,000 × 0% = 0 บาท
ทำให้สามารถประหยัดอากรขาเข้าได้ 10,000 บาทในตัวอย่างนี้ แต่ต้องระวัง: อัตรา 0% ไม่ได้หมายความว่าการนำเข้าจะไม่มีภาษีหรือค่าใช้จ่ายอื่นทั้งหมด เพราะยังต้องพิจารณา VAT และภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าแต่ละประเภท
Form E ไม่ได้หมายความว่า “ลดภาษีทุกครั้ง”
นี่เป็นจุดสำคัญที่ผู้นำเข้าควรเข้าใจ การมี Form E ไม่ได้แปลว่าสินค้าทุกชนิดจะได้รับการยกเว้นอากร 100% สิทธิประโยชน์ขึ้นอยู่กับ1. พิกัดศุลกากร (HS Code)
2. ประเภทสินค้า
3. กฎถิ่นกำเนิดสินค้า
4. อัตราภาษีภายใต้ ACFTA
5. เงื่อนไขหรือมาตรการที่กำหนดสำหรับสินค้านั้น
6. การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของความตกลงและพิธีการศุลกากร
กรมการค้าต่างประเทศแนะนำให้ตรวจสอบพิกัดศุลกากรและนำไปเปรียบเทียบกับตารางการลดภาษีของประเทศปลายทางก่อนว่า สินค้านั้นได้รับสิทธิประโยชน์หรือไม่ ดังนั้น
ก่อนขอ Form E ควรเช็กก่อนว่าสินค้าของเรามีสิทธิ์ใช้ Form E และได้รับอัตราภาษีพิเศษหรือไม่
Form E ใครเป็นคนออก?
สำหรับสินค้าที่ ส่งออกจากจีนมายังประเทศไทย Form E จะเป็นเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศผู้ส่งออกตามหลักเกณฑ์ของ ACFTAตัว Form E ระบุข้อมูลสำคัญ เช่น
- ผู้ส่งออก
- ผู้นำเข้า
- เส้นทางและวิธีการขนส่ง
- รายละเอียดสินค้า
- HS Code
- เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า
- น้ำหนักหรือปริมาณ
- มูลค่า FOB ในกรณีที่ใช้เกณฑ์ RVC
- เลขที่และวันที่ Invoice
- การรับรองของผู้ส่งออก
- การรับรองจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือรับรอง
Form E ต้องใช้คู่กับอะไรบ้าง?
ในการนำเข้าสินค้าจากจีน โดยทั่วไปข้อมูลในเอกสารที่เกี่ยวข้องควรสอดคล้องกัน เช่น1. Commercial Invoice ใช้แสดงรายละเอียดการซื้อขายและมูลค่าสินค้า
2. Packing List แสดงรายละเอียดบรรจุภัณฑ์ จำนวน น้ำหนัก และรายการสินค้า
3. Bill of Lading / Air Waybill เอกสารเกี่ยวกับการขนส่งระหว่างประเทศ
4. Form E ใช้เป็นหลักฐานรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อขอใช้สิทธิพิเศษทางภาษี
5. เอกสารอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและเงื่อนไขของการนำเข้า เช่น ใบอนุญาต หรือเอกสารรับรองต่าง ๆ
ข้อมูลสำคัญในเอกสารควรสอดคล้องกัน เพราะหากรายละเอียดไม่ตรงกัน อาจทำให้เกิดปัญหาในการขอใช้สิทธิ์ได้
ถ้ามี Form E แล้ว ต้องเสียภาษีอะไรอีกหรือไม่?
อาจยังมีภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นForm E มีวัตถุประสงค์หลักในการใช้ขอ สิทธิพิเศษด้านอากรศุลกากร ตามความตกลง ไม่ได้หมายความว่าจะยกเว้นภาษีและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าทั้งหมด ตัวอย่างเช่น หากอัตราอากรขาเข้าภายใต้สิทธิ์ Form E เป็น 0% ก็ยังต้องพิจารณา VAT และภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามประเภทสินค้าและกฎหมายที่ใช้บังคับ
ดังนั้นเวลาคำนวณต้นทุนนำเข้า ไม่ควรดูเฉพาะว่า “มี Form E หรือไม่มี Form E” แต่ควรดู ต้นทุนการนำเข้าทั้งหมด
Form E ต้องยื่นภายในกี่วัน?
ตามระเบียบปฏิบัติของ ACFTA หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E ต้องยังมีผลใช้บังคับและต้องยื่นต่อหน่วยงานศุลกากรของประเทศผู้นำเข้าภายใน 1 ปีนับจากวันที่ออก Form Eอย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติไม่ควรรอจนใกล้หมดอายุ เพราะเอกสารที่ใช้ประกอบการผ่านพิธีการศุลกากรควรเตรียมให้ครบถ้วนตั้งแต่ก่อนสินค้ามาถึงประเทศไทย
ตัวอย่างการนำเข้าแบบเข้าใจง่าย
สมมติบริษัท A นำเข้าสินค้าจากจีน มูลค่า CIF = 500,000 บาทสินค้านี้มีอัตราอากรปกติ: 10% ดังนั้นหากไม่ได้รับสิทธิพิเศษ
อากร = 500,000 × 10% = 50,000 บาท แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าสินค้าอยู่ในรายการที่ได้รับสิทธิ์ ACFTA และมี Form E ถูกต้อง โดยอัตราพิเศษเป็น 0%
อากรขาเข้าจะเป็น 500,000 × 0% = 0 บาท
จึงช่วยลดต้นทุนอากรขาเข้าได้ 50,000 บาท
หมายเหตุ: ตัวอย่างนี้เป็นเพียงการอธิบายหลักการ ตัวเลขจริงต้องตรวจสอบจาก HS Code และตารางอัตราภาษีที่ใช้กับสินค้านั้น
5 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขอ Form E จากจีน
ก่อนนำเข้าสินค้า แนะนำให้ตรวจสอบอย่างน้อย 5 เรื่อง1. เช็ก HS Code ต้องรู้ว่าสินค้าจัดอยู่ในพิกัดใด
2. เช็กว่าสินค้าได้รับสิทธิ์ ACFTA หรือไม่ ไม่ใช่ทุกพิกัดจะได้รับสิทธิ์ในลักษณะเดียวกัน
3. เช็กกฎถิ่นกำเนิดสินค้า สินค้าต้องมีคุณสมบัติตาม Rules of Origin
4. เช็กอัตราภาษีพิเศษ อย่าคิดว่า Form E = 0% เสมอไป
5. ตรวจสอบข้อมูลในเอกสาร ชื่อผู้ส่งออก ผู้รับสินค้า รายละเอียดสินค้า HS Code Invoice และข้อมูลอื่น ๆ ควรสอดคล้องกัน
สรุป FORM E คืออะไร?
Form E คือหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับสินค้าที่มีคุณสมบัติตามกฎถิ่นกำเนิดและอยู่ในรายการที่ได้รับสิทธิ์สำหรับผู้ที่นำเข้าสินค้าจากจีนมายังประเทศไทย Form E อาจช่วยให้สามารถ ลดหรือยกเว้นอากรขาเข้า ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกประเภทจะได้รับสิทธิ์ หรือจะได้รับอัตรา 0% ทุกกรณี
ดังนั้นก่อนนำเข้าสินค้าจากจีน ควรตรวจสอบให้ครบทั้ง
HS Code → กฎถิ่นกำเนิด → สิทธิ ACFTA → อัตราภาษี → Form E → เอกสารนำเข้า
เพราะการตรวจสอบตั้งแต่ต้นสามารถช่วยลดปัญหาด้านพิธีการศุลกากร และช่วยให้คำนวณต้นทุนการนำเข้าได้แม่นยำมากขึ้น



